ยิ่งรักษาหน้าเก่งเท่าไร ทำไมผู้บริหารบางคนยิ่งสูญเสียคนเก่ง
ลองนึกภาพพนักงานคนหนึ่งที่ทำงานเก่ง รับผิดชอบสูง และมักมองเห็นปัญหาก่อนคนอื่น แต่ทุกครั้งที่เขาพยายามเตือนหัวหน้า กลับถูกปฏิเสธ ถูกตำหนิ หรือถูกมองว่าเป็นคนชอบขัดแย้ง ครั้งแรก เขายังพยายามอธิบาย ครั้งที่สอง เขาเริ่มระวังคำพูด ครั้งที่สาม เขาเลือกเงียบ และวันหนึ่ง พนักงานคนนั้นก็ยื่นใบลาออก โดยที่หัวหน้าอาจไม่เคยรู้เลยว่า คนที่กำลังเดินออกจากองค์กรคือคนที่พยายามช่วยแก้ปัญหามาตลอด บางครั้ง ผู้บริหารไม่ได้สูญเสียคนเก่งเพราะคนเก่งไม่อดทน แต่สูญเสียเพราะการรักษาหน้าสำคัญกว่าการรับฟังความจริง แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ลาออกเพราะหัวหน้า และไม่ใช่ผู้บริหารทุกคนที่รักษาหน้าจะบริหารคนไม่ดี เงินเดือน โอกาสเติบโต ภาระงาน และชีวิตส่วนตัวล้วนมีผลต่อการตัดสินใจเปลี่ยนงานได้เช่นกัน แต่มีคำถามหนึ่งที่ผู้บริหารควรกลับมาถามตัวเองอย่างจริงจังว่า เมื่อมีคนในทีมกล้าบอกว่าการตัดสินใจของเราอาจผิด เราพร้อมรับฟังหรือรีบปกป้องตัวเองก่อน? คำตอบอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจว่า เหตุใดบางองค์กรจึงค่อย ๆ สูญเสียพนักงานที่มีความสามารถ ทั้งที่มีเงินลงทุน มีเครื่องมือพร้อม และมีผู้บริหารที่ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่างการรักษาศักดิ์ศรีกับการรักษาหน้าอย่างไม่เหมาะสม วิเคราะห์พฤติกรรมที่ทำให้คนเก่งถอยห่าง พร้อมตัวอย่างสถานการณ์ แนวทางบริหารคน และแผนปฏิบัติที่สามารถนำไปทดลองใช้ได้จริง สารบัญ 1. การรักษาหน้าของผู้บริหารคืออะไร <a id=”section-1″></a> การรักษาหน้าในบริบทการทำงาน หมายถึงการพยายามรักษาภาพลักษณ์ สถานะ ความน่าเชื่อถือ หรือการยอมรับจากผู้อื่น สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องผิดในตัวเอง เพราะการทำงานร่วมกันจำเป็นต้องคำนึงถึงความรู้สึกและศักดิ์ศรีของคนรอบข้าง ตัวอย่างเช่น หัวหน้าที่เลือกเรียกพนักงานมาคุยเป็นการส่วนตัวแทนการตำหนิต่อหน้าคนทั้งแผนก … Read more